โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านแสนเมืองมูล)

โรงเรียนเทศบาล ๑ ( บ้านแสนเมืองมูล ) เป็นโรงเรียนประเภทประถมศึกษาขนาดกลาง    สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครลำปาง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๔ ถนนพระแก้ว ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง  จังหวัดลำปาง บนพื้นที่ ๓ ไร่ ๒ งาน ๕๗ ตารางวา  เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับฃั้นอนุบาล - ประถมศึกษาปีที่ ๖ มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น ๔๕๓ คน มีครู ๒๒ คน ภารโรง ๓ คน แม่ครัว ๑ คน เจ้าหน้าที่ธุรการ/การเงิน ๒ คน ครูดูแลเด็กเล็ก ๓ คน อาคารเรียน ๓ หลัง บ้านพักครู ๑ หน่วย บ้านพักนักการภารโรง ๑ หน่วย 

ตามประวัติเดิม โรงเรียนเป็นที่ตั้งของวัดแสนเมืองมูล ต่อมาวัดแห่งนี้ได้กลายเป็นวัดร้าง           ไม่มีพระจำพรรษาอยู่ จากเดิมเรียนหนังสือกันที่วัดพระแก้ว เทศบาลในสมัยนั้น มีขุนมาลาเป็นนายกเทศมนตรี   ได้ทำการไถที่วัดร้างแล้วสร้างอาคารไม้ ๒ ชั้น ขึ้นแล้วย้ายนักเรียนจากวัดพระแก้วมาเรียนหนังสือที่วัดร้าง           เดิมแห่งนี้ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๒ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยมีนายผล ตุลาพันธุ์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่   และนายอินตาโตเจริญ เป็นผู้ช่วยครูใหญ่ พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขึ้น โรงเรียนได้เป็นที่พักของทหารญี่ปุ่นที่มาทำการรบในประเทศไทย

 เดิมชุมชนในหมู่บ้านมีประมาณ ๓๐ –๔๐ หลังคาเรือน บ้านส่วนใหญ่เป็นไม้สักชั้นเดียว  หลังคามุงด้วยกระเบื้องแบบโบราณ (ดินขอ) มีประชากรประมาณ ๑๐๐ กว่าคนถนนเป็นเพียงซอยเล็กๆ ชาวบ้านมีฐานะค่อนข้างยากจน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำสวน ทำนา ค้าขาย และรับจ้างตามโรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันชุมชนรอบบริเวณโรงเรียน เป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีบ้านเรือนอยู่อย่างหนาแน่น                    มีโบราณสถานใกล้เคียง เช่น กำแพงเมือง กู่เจ้าย่าสุตา วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม สุสานไตรลักษณ์              วัดพระเจดีย์ซาวหลัง เป็นต้น ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปนอกจากนั้นยังเป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมเซรามิคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ จึงมีอาชีพรับจ้างในโรงงานเซรามิค

ในด้านสังคม มีความเป็นอยู่ฉันท์พี่น้อง มีงานประเพณี งานวัฒนธรรมท้องถิ่น ก็จะร่วมมือกันทำด้วยความสามัคคี ประชากรส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ มีประเพณีเป็นของตนเอง เช่นการทำบุญเข้าพรรษา ออกพรรษา ตานก๋วยสลาก (สลากภัต) ตานข้าวส้อมต่อ ตานข้าวจี่ ข้าวหลาม ทำบุญเปรตพลี ประเพณีลอยกระทง และมีความเชื่อในวิถีทางพุทธศาสนา

การศึกษาในท้องถิ่นสมัยก่อน พออ่านออกเขียนได้ ส่วนใหญ่ผู้ชายเป็นฝ่ายเข้าโรงเรียน   ผู้หญิงเป็นแม่บ้านอยู่กับบ้านกับเรือนเลี้ยงลูก ฝ่ายชายเรียนทั้งทางด้านการรบ การสงคราม ต่อมาการศึกษาได้มีการพัฒนาการมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน