ชี้แจงข้อร้องทุกข์/ร้องเรียน/เสนอแนะ

ทดสอบ
ตอบโดยคุณ Ligaz24th เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2019 เวลา 20:47 น.
จากหัวข้อวิวาทะในโลกสังคมออนไลน์ที่ว่า ควร “ปลูกป่า” หรือปลดปล่อยให้ “ป่าฟื้นฟูด้วยตัวเอง”​ ที่กำลังเป็นที่พึงพอใจของสังคมณ ตอนนี้ ฝ่ายวิชาการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ก็เลยขอนำเสนอข้อมูลของทั้งคู่หัวข้อเพื่อเป็นการวิชาความรู้เพิ่มอีกก่อนก่อให้เกิดการตัดสินใจแล้วก็ลงมือปฏิบัติ โดยข้อมูลที่เอามาเสนอต่อแต่นี้ไป เอามาจากหนังสือ “ปลูกให้เป็นป่า” ซึ่งเป็นแถวคิดและก็แนวปฏิบัติสำหรับในการฟื้นฟูป่าเขตร้อนที่หน่วยศึกษาค้นคว้าฟื้นฟูป่า ทำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยรายละเอียดในหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อเน้นให้มองเห็นถึงจุดสำคัญของการปฏิสังขรณ์ระบบนิเวศของป่า และก็การรักษาความมากมายทางชีวภาพเป็นหลัก ก่อนที่จะไปถึงขนาดตอนการปลูกป่า มาทดลองทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปลูกป่ากับฟื้นฟูป่าไม่เหมือนกันเช่นไร สองคำนี้บางทีอาจมองคล้ายคลึงกัน แม้กระนั้นมีคำที่สื่อความหมายแตกต่าง แนวความคิด รวมทั้งแนวทางการก็เลยไม่เหมือนกันไปด้วย “การปลูกป่า” หมายความว่า การผลิตพื้นที่สีเขียวโดยการปลูกต้นไม้ประเภทใดลงก็ได้ลงบนพื้นที่เคยถูกทำลาย การปลูกป่าก็เลยเป็นไปได้ตั้งแต่พื้นที่ปลูกป่าชุมชน แนวทางการทำวนเกษตร รวมถึงการปลูกไม้เศรษฐกิจต่างๆด้วย ส่วน “การพื้นฟูป่า” เป็น การผลิตพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายให้มีภาวะใกล้เคียงกับพื้นที่ป่าที่เคยมีอยู่เดิมให้เยอะที่สุด โดยเน้นที่จะส่งเสริมกรรมวิธีการปรับปรุงตนเองของระบบนิเวศ ฉะนั้น การปฏิสังขรณ์ป่าก็เลยเป็นอะไรที่สลับซับซ้อนมากยิ่งกว่าการปลูกป่าปกติ กลไกการฟื้นฟูสภาพตามธรรมชาติของป่า ในพื้นที่ป่าธรรมชาติจะมีแนวทางการฟื้นเองตามธรรมชาติ ชี้แจงได้ดังต่อไปนี้ เมื่อมีช่องว่างเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากต้นไม้ล้มจะมีการเปลี่ยนแทนที่อย่างเร็ว ต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียง (A) จะเป็นแหล่งผลิตเม็ดที่สำคัญ (B) สัตว์ที่ปฏิบัติหน้าที่กระจัดกระจายเม็ดยังมีที่พักที่อาศัยในพื้นที่ป่าบริเวณ(C) ต้นไม้ที่กิ่งฉีก (D) หรือหักล้ม (E) แตกยอดขึ้นมาใหม่ (F) รวมทั้งเล่ห์เหลี่ยม (G) ซึ่งเคยอยู่ใต้ร่มเงาของไม้ต้นก้าวหน้าได้เร็วขึ้นเนื่องด้วยโดนแสงเต็มกำลัง (H) เม็ดที่ฝังตัวอยู่ในดินได้โอกาสที่จะแตกหน่อขึ้นมาได้ ไม่เหมือนกับป่าที่ถูกทำลายเป็นรอบๆกว้างด้วยมือมนุษย์ ซึ่งกลไกการพื้นตัวตามธรรมชาติของป่ามันถูกทำลายไป การบรรลุผลของการบูรณะป่าก็เลยขึ้นกับความรู้ความเข้าใจกลไกฟื้นของป่าโดยธรรมชาติ เพราะเหตุไรป่าบางพื้นที่ก็เลยไม่อาจจะฟื้นเองได้ตามธรรมชาติ จากกลไกการพื้นตัวตามธรรมชาติของป่าที่ได้กล่าวมาข้างต้น เป็นการฟื้นโดยธรรมชาติในช่องว่างขนาดเล็กของป่าก็เลยเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ แต่ว่าในทางตรงกันข้ามในพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายขนาดใหญ่ แล้วก็ถ้าหากยิ่งถูกทำลายมาเป็นระยะเวลานาน กรรมวิธีการกลุ่มนี้บางทีอาจเกิดขึ้นช้า หรือบางทีอาจไม่เกิดขึ้นเลย ด้วยเหตุว่า 1) ไร้เมล็ดชนิดที่สามารางอกได้ในพื้นที่ที่ป่าถูกทำลายเป็นเวลายาวนาน 2) ขาดแหล่งเมล็ดพันธุ์ ที่จะกระจัดกระจายเข้าไปในพื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย 3) ขาดสัตว์ที่ปฏิบัติภารกิจกระจัดกระจายเม็ด 4) มีวัชพืชขึ้นปกคลุมแย่งใช้ทรัพยากรในดิน แล้วก็บังแสงสว่าง ทำให้ต้นกล้าไม่อาจจะสร้างของกินเองได้และก็จะตายไปสุดท้าย แล้วก็ 5) บางทีอาจกำเนิดไฟป่าทำให้ต้นกล้าตายก่อนที่จะได้โตฯลฯไม้ยืนต้น พูดอีกนัยหนึ่ง พวกเราไม่เพียงแค่ตัดไม้ทำลายป่า แม้กระนั้นยังทำลายความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการฟื้นฟูตนเองของป่าด้วย การปฏิสังขรณ์ป่าต้องปลูกตันไม้ไหม การตัดสินใจว่าต้องมีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่การบูรณะป่าไหมนั้น ขึ้นกับว่าภาวะป่านั่นโดยการทำลายไปๆมาๆกมากแค่ไหน มีสมรรถนะสำหรับการฟื้นเองมากมายข้อเท่าใด หากในพื้นที่ตรงเหลือต้นไม้หรือต้นกล้าปริมาณหนึ่ง มีเม็ดซึ่งสามารถแตกหน่อได้ และก็มีสัตว์ผู้ช่วยสำหรับการกระจัดกระจายเม็ด แม้กระนั้นในพื้นที่ที่เป็นป่าชำรุดทรุดโทรม ถูกทำลายมานาน จำนวนต้นไม้เดิม ต้นกล้า และก็เมล็ดพันธุ์ที่ฝังตัวอยู่ในดินมักมีจำนวนน้อยหรือบางทีอาจไม่คงเหลือเลย และก็นอกเหนือจากนั้นถ้าเกิดไม่มีป่าอยู่ใกล้ๆที่จะรอเอื้อเมล็ดพันธุ์ให้ ไม่มีสัตว์คนที่ช่วยกระจัดกระจายเมล็ดพันธุ์ไปสู่พื้นที่ ความรู้ความเข้าใจสำหรับในการฟื้นเองโดยธรรมชาติจะน้อยมาก โดยเหตุนี้การบูรณะให้ป่ากลับมามีภาวะดังเดิมบางทีอาจจะต้องปลูกต้นไม้เสริม ซึ่งเป็นการปลูกต้นไม้เพื่อรีบการฟื้นฟูสภาพโดยพรรณไม้ที่ปลูกต้องเป็นพรรณไม้ที่ช่วยรีบการฟื้นฟูสภาพเองของป่า การจะปลูกไหมนั้นควรจะมีการศึกษาเล่าเรียนข้อมูลต่างๆอย่างรอบด้านก่อน แผนการสำหรับในการฟื้นฟูป่า การคาดคะเนภาวะพื้นฐานของพื้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะช่วยสำหรับการตกลงใจว่าการรีบการฟื้นฟูสภาพตามธรรมชาติสิ่งเดียวพอเพียงในการทำให้ป่าฟื้นได้ด้วยตัวเองไหม หรือจำเป็นที่จะต้องมีการปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อช่วยสำหรับในการฟื้นฟู ซึ่งในเรื่องที่จำต้องมีการปลูกเพิ่มด้วยเหตุว่าป่าไม่มีความสามารถสำหรับในการฟื้นเองได้ ควรจะมีการพินิจพิเคราะห์เรื่องดังนี้ 1. ป่าแต่ละประเภทมีสิ่งแวดล้อมต่างกัน กรรมวิธีการจัดแจงเพื่อพื้นฟูป่าก็เลยต่างไปด้วย ดังเช่นว่า การเลือกจำพวกพันธุ์พืช แนวทางปลูก และก็วิธีสำหรับดูแลรักษา 2. พรรณไม้ที่จะเอามาปลูกต้องมีอัตราการรอคอยดสูง เป็นพืชโตเร็ว เย้ายวนใจสัตว์เข้ามาในพื้นที่ได้เพื่อช่วยทำให้เป็นผู้กระจัดกระจายเม็ดถัดไปได้ 3. ภายหลังการปลูกและก็จะต้องมีการดูแลต้นไม้ที่ปลูกไป ได้แก่มีการกำจัดวัชพืช กระบวนการทำแนวกันไฟ ซึ่งกิจกรรมกลุ่มนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากชุมชนรอบๆใกล้เคียง ความร่วมแรงร่วมมือของทุกฝ่ายเป็นหัวใจหลักของการบูรณะป่า การที่จะดูแลป่าที่กำลังฟื้นฟูได้นั้นจำต้องอาศัยการทำงานร่วมกับชุมชนในรอบๆนั้นดูแล โดยกระบวนการที่สำเร็จที่สุดเป็นชุมชนควรจะมีความสำนึกสำหรับในการรักษาป่า เห็นค่าของป่า แต่ว่าการที่จะทำให้ทุกคนเห็นค่าของป่านั้นบางทีอาจเกิดเรื่องที่ยาก ก็เลยควรจะมีจำต้องสร้างแรงกระตุ้นให้กับชุมชน โน่นเป็นการแสดงให้มีความเห็นว่าหากมีการรักษาป่าแล้วจะได้รับคุณประโยชน์อะไรจากป่า ซึ่งผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจเป็นสิ่งจูงใจที่สำคัญ เป็นต้นว่า การได้ผลิตภัณฑ์จากป่าและจากนั้นจึงนำไปขาย รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเมื่อราษฎรได้รับผลดีจากป่าแล้ว ก็ต้องการจะรักษาป่าให้บริบูรณ์ไว้เพื่อจะรักษาคุณประโยชน์พวกนั้นไว้ ในด้านหลังเนื้อหานี้ขอทิ้งข้อคิดเห็นของ สืบ นาคะเสถียร ที่เคยเอ๋ยถึงทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็สภาพแวดล้อมไว้เพื่อเตือนสติกันอีกรอบและไม่ให้พวกเราลืมจุดสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็สภาพแวดล้อมกันไปอีก “อะไรก็ตามการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าการรักษาโดยไม่ประยุกต์ใช้ แม้กระนั้นคือการใช้อย่างแม่นยำ โดยแนวทางที่จะใช้ทรัพยากรที่เหลืออยู่ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถอำนวยประโยชน์ไม่ใช่เพียงแค่ทางด้านใดด้านหนึ่ง แต่ว่าสามารถอำนวยประโยชน์ในทุกๆด้าน แล้วก็ยังคงเหลือมากพอที่จะฯลฯทุนให้มีต้นเหตุที่เกิดจากการอนุรักษ์และรักษา ไม่ได้มีคุณประโยชน์เฉพาะคนที่อยู่ในตอนนี้เพียงแค่นั้น แต่ว่ายังคงสามารถอำนวยประโยชน์ถัดไปชั่วอายุคน”

แทงบอล,LigaZ

แทงบอลออนไลน์,เว็บแทงบอล,ดูบอล,ดูหนัง,

https://www.nungx.vip/

ตอบโดยคุณ admin เมื่อวันที่ 08 ก.ค. 2015 เวลา 14:51 น.
เบอร์ที่ใช้ปัจจุบัน 036-699355-7
ตอบโดยคุณ admin เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2014 เวลา 19:38 น.
เบอร์ติดต่อใหม่ครับ 036597757 ,036535374-5
ตอบโดยคุณ ผู้ใช้บริการโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2014 เวลา 14:32 น.
ขอทราบเบอร์ติดต่อกับทางโรงพยาบาลหน่อยนะคะ เนื่องจากเบอร์ 0365353745 โทรเข้าไปแล้วไม่มีผู้รับสายเลยค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะมีเบอร์อื่นนอกเหนือจากเบอร์นี้หรือป่าวคะ
ตอบโดยคุณ เลขาฯกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์รพ. เมื่อวันที่ 09 ธ.ค. 2013 เวลา 11:56 น.
เปิดได้แล้วค่ะ
ตอบโดยคุณ admin เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2013 เวลา 09:34 น.
โอเคเปล่า
ตอบโดยคุณ admin เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2013 เวลา 09:28 น.
ทดสอบระบบ
ตอบคำถาม
คำตอบ :
ตอบโดย :
รหัสประจำตัวประชาชน ( 13 หลัก ) :